|
นาม หมายถึง ชื่อ,ราชาศัพท์ใช้ว่า พระนาม; คำชนิดหนึ่งในไวยากรณ์ สำหรับเรียกคน, สัตว์, สิ่งของและสิ่งต่างๆ (จากพจนานุกรม ฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. ๒๕๔๒) รวมถึงนามสกุล ,ชื่อเล่น, ชื่อที่สองของศิลปิน ,ดารา,นักร้อง ,นักแสดง ,นามปากกา,นามแฝง และ ฉายา (รวมถึงฉายาของพระภิกษุด้วย ) ทุกคนเกิดมาจะต้องมีชื่อ ตามกฎหมายกำหนด ส่วนมากคุณพ่อ-คุณแม่, พระสงฆ์ ,โหราจารย์ หรือผู้ทรงคุณวุฒิ จะเป็นผู้ตั้งชื่อให้ นามมงคล หมายถึง นามที่ถือตามหลักการตั้งชื่อของโหราศาสตร์นั่นเอง เพื่อความเป็นศิริมงคล กับตัวเอง มีอยู่ทุกชนชาติ อาจจะมีหลักแตกต่างกันได้ แต่ทุกคนก็แสวงหาความเป็นอยู่ที่ดี , มีฐานะ, ไร้โรค ร่ำรวย, มีความสุข และความเจริญด้วยกันทั้งนั้น สำหรับสัตว์เลี้ยงหรือสัตว์ใช้งาน ต่างก็มีชื่อเรียกขานเหมือนกัน ทุกวันนี้สัตว์ที่อยู่ในป่า,ในท้องทะเล ก็มีชื่อไปกับเขาด้วย ตั้งให้โดย นักอนุรักษ์,นักวิจัย,นักสำรวจหรือ สัตวแพทย์ เพื่อสะดวกในการศึกษา ติดตาม และไม่ให้ผิดตัว (เดี๋ยวนี้เขาติดไมโครชิพและวิทยุติดตามตัวกันด้วยซ้ำ ) อนาคตไม่แน่นะครับ เคยมีแนวคิด ที่จะให้นำไมโครชิพติดที่คนเราเหมือนกัน ชื่อของคนไทยเรานั้น เดิมยังไม่มีนามสกุลใช้เป็นทางการ จะมีก็แต่ชื่อเป็น คำเดี่ยว คำโดด หรือ คำผสมง่ายๆ เช่น ดำ , แดง , สี , บุญ , มาก , บุญมาก , สมศรี , สมชาย ฯลฯ เมื่อมีชื่อซ้ำกันหลายคน ก็จะมีการเติมคำตามหลัง เพื่อให้เจาะจงลงไป มักจะเป็นลักษณะเด่น หรือถิ่นที่อยู่ หรืออาชีพ หรืออื่นใดก็ได้ เช่น แดง ขาเป๋ , เขียว ปากแบน , แป๋ง วังน้อย , มืด มือกลอง ฯลฯ ต่อมาภายหลัง พ.ศ. ๒๔๕๖ ในรัชสมัย พระบาทสมเด็จ พระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๖ ทรงตราพระราชบัญญัติขนานนามสกุลเพื่อให้คนไทยมีนามสกุล เป็นหลักในการสืบเชื้อสาย ตามอารยะประเทศ จึงเกิดมีชื่อและนามสกุลพระราชทาน มาตั้งแต่นั้นเอง และประชาชนก็ตั้งนามสกุลขึ้นมา ฝรั่งต่างชาติ มีการถอดรหัสค่าตัวเลข จากตัวพยัญชนะมาก่อนเรานับพันปี ส่วนโหราศาสตร์ไทย ก็มีการถอดรหัสค่าตัวเลข จากพยัญชนะ ,สระ และวรรณยุกต์เหมือนกัน ปัจจุบันจะเห็นมีการเปลี่ยนชื่อบ้าง เปลี่ยนนามสกุลบ้าง หรืออาจเปลี่ยนทั้งชื่อและนามสกุล เลยก็มี สำหรับท่านที่มีชื่อและมีพยัญชนะ อยู่ในวรรคกาลกิณี หรือเมื่อถอดรหัสตัวเลขออกมาแล้ว ผลรวมไม่สู้ดีเท่าไหร่หรือไม่ดีเลย แต่ถ้าชื่อนั้น ทำให้ท่านเจริญรุ่งเรือง , ร่ำรวย , มีความสุข , ประสพความสำเร็จดีอยู่แล้วและ อยู่มาจนแก่เฒ่า ท่านก็ไม่มีความจำเป็นอะไรที่จะต้องไปเปลี่ยนชื่อใหม่ หรือถ้าอายุของท่านอยู่วัยชราแล้ว ( ประมาณ ๖๐ ปี ขึ้นไป ) ก็ไม่จำเป็นต้องแสวงหาชื่อใหม่ ๆ อีกเช่นกัน หลักความเป็นจริงอย่างหนึ่งคือ ถ้าชื่อ-นามสกุลท่าน อาจจะไม่ค่อยดีเท่าไหร่ แต่ส่วนอื่นเช่น ลายมือ, วัน เดือน ปี เวลาเกิด และนรลักษณ์ศาสตร์ (โหงวเฮ้ง )ท่านดีเยี่ยม ก็ถือว่าชะตาท่านผ่าน ๗๕ % แล้ว หรือถ้าหากท่านมีการเปลี่ยนชื่อ นามสกุลใหม่ ที่ถูกต้องตามหลักทุกประการแล้ว แต่ท่านมีพฤติกรรมเป็นไปในทางตรงข้าม กับชื่อ ( คือทำเลว ) ท่านก็จะได้รับผลกรรมตามที่ท่านกระทำลงไป ตรงกับหลักของพุทธศาสนาคือ ทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว นั่นเอง สิ่งที่เป็นมงคล ประชาชนส่วนใหญ่ แสวงหา สิ่งที่สามารถจับต้องได้ ( รูปธรรม ) เช่น วัด, โบสถ์,ศาสนสถาน ,พระพุทธรูป , เครื่องประดับ , อาหาร,วัตถุ , น้ำหอม , สัตว์, ดอกไม้ , ต้นไม้ ฯลฯ. ส่วนชื่อ,นามสกุล, ฤกษ์ ,ยาม,วัน, เดือน, ปี, เวลา นั้นเป็นนามธรรม ถือว่าเป็นสิ่งมงคลอย่างหนึ่งเช่นกัน อันที่จริง ชื่อ และ นามสกุล ก็มีโอกาสเปลี่ยนไปตามสภาพแวดล้อมในตัวเหมือนกัน เช่น เดิมสตรีที่แต่งงานแล้ว มีการไปใช้นามสกุลกับคู่สามี แต่ปัจจุบันกฎหมายไทย อนุญาตให้สตรีที่แต่งงาน แม้จะจดทะเบียนสมรสแล้วก็ตาม สามารถขอใช้นามสกุลของตัวเอง หรือนามสกุลสามีก็ได้ ในทางโหราศาสตร์ดาวคู่ครองก็มีส่วนเกื้อหนุนหรือบั่นทอน ได้เหมือนกัน เพราะหลังจากที่แต่งงานแล้ว จะจดทะเบียนหรือไม่ก็ตาม รับรองว่าชีวิตของคุณจะต้องเปลี่ยนไปแน่นอน ไม่ว่าจะเป็นหญิงหรือชาย ( จะดีขึ้นหรือเลวลง ท่านที่แต่งงานแล้วเท่านั้นจะรู้ดี ) มีตัวอย่างให้เห็นเป็นข่าวคราวตลอดเวลา ในอดีตประเทศไทยเรา เดิมชื่อ สยาม ประเทศพม่า(BURMAR)เปลี่ยนเป็น(MYANMAR)เช่นกัน และที่เปลี่ยนชื่อแล้วเห็นผลทันตาก็คือ ต้น ลั่นทม เดิมถือว่าชื่อไม่ค่อยเป็นมงคลสักเท่าไหร่ เพราะไปพ้องเสียงกับคำว่า ระทม ปัจจุบันมีชื่อใหม่ไพเราะว่า ลีลาวดี เท่าที่ทราบระยะนี้มีการขยายพันธุ์ เพาะปลูกจริงจัง ราคามีตั้งแต่ต้นละหลักร้อย ไปจนถึงต้นละเป็นหมื่น มีคนพยายามจะเปลี่ยนชื่อ แห้ว ให้เป็น สมหวัง เหมือนกัน แต่ยังไม่แพร่หลาย และยังไม่เป็นที่ยอมรับ ในอนาคตไม่แน่นะครับ ถ้ามังคุดและระกำมีการเปลี่ยนชื่อใหม่ให้ไพเราะและเป็นมงคล รับรองว่าผลไม้ที่ไม่ค่อยมีใครนำไปไหว้พระ อาจจะต้องเปลี่ยนความคิดใหม่ กลับมายกย่องนับถือก็ได้ สิ่งที่เป็นมงคล ไม่ว่าจะเป็นนามธรรมหรือรูปธรรมก็ตาม มีอยู่จำนวนมากมาย เฉพาะประเทศไทย ประเทศเดียว จัดพิมพ์เป็นหนังสือเล่มหนาๆได้เลยทีเดียว ส่วนชื่อคนเรานั้นก็เป็นนามธรรมที่ติดตัวเราไปตลอดอายุขัย ชื่อยังบอกอะไรเราได้มากกว่าการเรียกขาน เพราะชื่อๆหนึ่ง อาจจะเหมาะกับคนใดคนหนึ่ง เนื่องจากมีตัวแปรอยู่หลายอย่างเช่น วัน เดือน ปี เวลาเกิดหรือนามสกุล ซึ่งบูรพคณาจารย์ ท่านได้ประสิทธิ์ประสาทวิชาไว้ได้อย่างลงตัว เพื่อให้ลูกหลานไทยได้ศึกษา ค้นคว้า และพัฒนาสืบไป ศาสตร์แห่งการตั้งชื่อ ประกอบไปด้วยศาสตร์และศิลป์ แฝงไปด้วยปรัชญา มีเสน่ห์และมีความหมาย ถือเป็นมรดกสืบทอดตามเจตนารมณ์ อันบริสุทธิ์ของท่าน เปี่ยมไปด้วยความเมตตา บารมี และศักดิ์สิทธิ์ จะมีสักกี่คนที่รู้ชื่อเต็มของ กรุงเทพ ชื่อเต็ม คือ กรุงเทพมหานคร อมรรัตนโกสินทร์ มหินทรา ยุทธยา มหาดิลก ภพนพรัตน์ ราชธานีบุรีรมย์ อุดมราชนิเวศน์ มหาสถาน อมรพิมาน อวตารสถิตย์ สักกะ ทัตติยะ วิศนุกรรมประสิทธิ์ (ร้องได้เป็นเพลงเลยนะครับ) ในฐานะผู้เขียนบทความนี้ ถือว่าเป็นลูกศิษย์ของบูรพคณาจารย์คนหนึ่งโดยปริยาย เพราะบางท่านได้จากโลกเราไปแล้ว ขอให้ดวงวิญญาณของท่าน จงไปสู่สุคติ สู่สัมปรายภพเทอญ ชัยธนา พรหมธนรัช
โทร. ๐๑๗๐๓๕๓๖๙
|
|
|